ประวัติศาสตร์เรื่องน่ารู้

ความหมาย ฮาโลวีน ประวัติ และกิจกรรม Trick or Treat 

“Trick or Treat !” คำถามจากผู้ที่แต่งกายด้วยชุดภูตผีปีศาจ และอาจมาพร้อมกับฟักทองที่ดูแล้วเหมือนกำลังแสยะยิ้ม หลอนติดตาแก่ผู้ที่ได้พบเห็น เชื่อว่าทุกคนคุ้นเคยกันดี กับ เทศกาลฮาโลวีน แต่ใครพอจะทราบประวัติฮาโลวีน หรือวัฒนธรรมวันฮาโลวีนแล้วบ้างเอ่ย วันนี้เรามีเกร็ดความรู้วันฮาโลวีนมาฝากเพื่อน ๆ ก่อนจะไปร่วมกิจกรรมวันจริง จะได้เอ็นจอยและอินกับเทศกาลฝั่งยุโรปได้แบบสุด ๆ ไปเลย 

ความหมายวันฮาโลวีน 

Halloween

วันฮาโลวีน ภาษาอังกฤษ คือ Halloween ซึ่งเพี้ยนมาจากคำ ตัดจากคำ Hallow + Eve = Halloween เป็นคำแองโกลแซกชัน เช่นเดียวกับภาษาเยอรมัน Heiligen แต่ปัจจุบันจะนิยมใช้คำที่มาจากภาษาละติน คำว่า Sanctify แปลว่า “ศักดิ์สิทธิ์” เช่นเดียวกัน โดย วันฮาโลวีน ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี มีที่มาจากคริสต์ศาสนานิกายคาทอริก โดยคำว่า Hallow ยังแปลว่า นักบุญ ผู้ศักดิ์สิทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ All Hallows Eves แปลว่า วันก่อนวันสมโภชนักบุญ และ All Hallowmas แปลว่า วันสมโภชนักบุญทั้งหลาย โดยปัจจุบันจะใช้คำว่า All Saints Day คู่กับ Christmas แปลว่า วันสมโภชน์พระคริสต์ (วันคริสต์มาส) นอกจากนี้ ยังมีการนำคำ Hallow ใช้ในบทสวดอธิษฐานเก่า ๆ เช่น Hallowed be the Name ขอพระนามจงเป็นที่สักการะ เป็นต้น 

ประวัติวันฮาโลวีน 

ชาวเซลท์ (Celt) มีการฉลองวันปีใหม่ที่เรียกว่า เทศกาล Samhain ตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่ง Samhain คือ ชื่อของเทพเจ้าแห่งความตาย และวันฮาโลวีนจะถูกจัดขึ้นก่อนวันปีใหม่ 1 วัน ซึ่งตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม โดยจะถือว่าเป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อนเช่นกัน 

ชาวเซลท์ (Celt)

ตามความเชื่อของชาวเซลท์ วันที่ 31 เป็นวันที่มิติคนตายและคนเป็นจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และเหล่าวิญญาณของผู้ตายจะออกหาร่างของคนเป็นในการเข้าสิงเพื่อจะได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทำให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ต้องคอยหาวิธีป้องกันไม่ให้วิญญาณสิงร่างตน ด้วยการปิดไฟทุกดวงในบ้าน และแต่งหน้าแต่งกายให้เสมือนว่าเป็นผีวิญญาณเช่นกัน จะได้ไม่เป็นที่ต้องการของเหล่าภูติผีทั้งหลาย 

ในคืนเฉลิมฉลองของการสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว อาจมีการนำอาหารถวายบูชายันภูติผี หลังจากนั้นก็จะดับไฟทุกดวง และจุดขึ้นใหม่ด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์ของชาวเซลท์ และซื่งยึดถือสืบต่อกันมาและชาวโรมันก็ได้รับวัฒนธรรมวันฮาโลวีนมาจากชาวเซลท์ด้วยเช่นกัน จนกระทั่งในสมัยชาวโรมันคาทอลิกต้องการกำจัดพิธีเฉลิมฉลองของกลุ่มนอกศาสนาคริสต์  สันตะปาปา Gregory ที่ 4 จึงได้กำหนดให้วันที่ 1 พฤศจิกายน ให้เป็นวันเฉลิมฉลอง All Saints’ Day หรือ All Hallows’ Day เพื่อระลึกถึงนักบุญ รวมถึงผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังคงให้ Hallow’ Eve หรือ Halloween ในคืนวันที่ 31 ตุลาคม ยังคงมีไว้อยู่ และเมื่อวันเวลาผ่านไป ความเชื่อเรื่องการสิงร่างมนุษย์นั้นเลือนหาย จึงเหลือเพียงการแต่งตัวเป็นผีหรือสัตว์ประหลาด เพียงเพื่อความสนุกสนานในเทศกาลเท่านั้น 

เทศกาลฝั่งยุโรปสู่อเมริกา 

เทศกาลฮาโลวีนดั้งเดิมจะถูกจัดขึ้นในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ สกอตแลนด์ และประเทศรอบ ๆ ไม่กี่ประเทศ แต่เมื่อชาวไอริชและชาวสกอตได้อพยพถิ่นฐานไปยังอเมริกาเมื่อปี 1840 ก็ได้นำประเพณีเทศกาลนี้ไปใช้ในอเมริกาด้วย แล้วถูกอกถูกใจทุกเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในอเมริกา จึงเกิดการแพร่หลายขยายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว และถือปฏิบัติตามกันมาจนถึงปัจจุบัน 

กิจกรรมวันฮาโลวีน 

Trick or Treat

เทศกาลฉลองวันฮาโลวีนนิยมจัดกันในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย รวมไปถึงประเทศอื่น ๆ ในทวีปยุโรป จัดงานและกิจกรรมขึ้นเพื่อความสนุกสนาน โดยเด็ก ๆ จะแต่งกายเป็นผีต่าง ๆ แล้วชวนกันไปงานฉลองตามสถานที่จัดให้มีการร่วมกิจกรรม งานประกวดแต่งกายผี การชิงรางวัลแต่งหน้าผี หรือการเล่น Trick or Treat ด้วยการไปเคาะประตูตามบ้านเพื่อขอขนม โดยมีความหมายการละเล่นนี้ว่า จะให้ขนมหรือว่าจะให้หลอกผี บ้านที่ตอบ Treat คือ ยอมแพ้และให้ขนมกับเด็ก ๆ แต่โดยดี (เจ้าของบ้านจะเตรียมไว้อยู่แล้ว) แต่บางบ้านก็อาจเลือกตอบ Trick เพื่อเป็นการแกล้งท้าทาย เด็ก ๆ ก็จะหลอกผี จนกว่าเจ้าของบ้านจะยอมแพ้และให้ขนมในที่สุด ซึ่งเป็นการละเล่นที่ถูกอกถูกใจของเด็ก ๆ และมักจะตั้งตารอวันนี้กันอย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว  

นอกจากการเคาะประตูขอขนมตามบ้านต่าง ๆ แล้ว ยังมีการนำแอปเปิลกับเหรียญชนิดหกเพนซ์ลงในอ่างน้ำ ใครที่แยกของสองชนิดนี้ออกจากกันได้ด้วยการใช้ปากคาบเหรียญขึ้นมา และใช้ส้อมจิ้มแอปเปิลให้ติดได้เพียงครั้งเดียว คนนั้นจะโชคดีตลอดปี  

ส่วนกิจกรรมในประเทศอังกฤษก็ไม่น้อยหน้า เพราะสาว ๆ อิงลิซจะออกไปหว่านและไถกลบเมล็ดป่านชนิดหนึ่งในยามเที่ยงคืนของวันฮาโลวีน พร้อมกับอธิษฐานและท่องคาถาว่า “เจ้าเมล็ดป่านที่ข้าหว่านจงช่วยบันดาลให้ผู้ที่จะเป็นมาคู่ชีวิตของข้ามาปรากฏตัวให้เห็น” จากนั้นก็จะเหลียวมองผ่านบ่าด้านซ้ายของตนเอง ก็จะสามารถเห็นภาพลาง ๆ ของว่าที่สามีในอนาคต (ซึ่งเป็นความเชื่อของสาว ๆ ชาวอังกฤษในสมัยก่อน) 

ว่าแต่นี่ก็ใกล้วันฮาโลวีนอีกแล้ว หน้าพร้อม ชุดพร้อม ออกอาละวาด Trick or Treat หรือยังเอ่ย

Little children trick or treating

Related posts
การเมืองอื่นๆเรื่องน่ารู้ไลฟ์สไตล์

มารยาททางสังคมมีอะไรบ้าง

เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์สังคม…
Read more
สุขภาพเรื่องน่ารู้ไลฟ์สไตล์

แนะเคล็ดลับทางจิตวิทยา เสริมภูมิคุ้มกันใจต่อการถูก Bully 

การกลั่นแกล้งในทุกรูปแบบ…
Read more
ประวัติศาสตร์เรื่องน่ารู้

รู้หรือไม่ “พิพิธภัณฑ์” แรกเริ่มไม่ได้แปลว่าสถานที่เก็บโบราณวัตถุ

ทุกคนน่าจะเคยไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์กันอย่างน้อยก็คนละที่…
Read more
รับสมัครข่าวสาร
มาเป็นผู้นำเทรนด์

ลงชื่อสมัคร แบรนด์ฟอล แทลเอ็นท และรับสิ่งที่ดีที่สุดของ แบรนด์ ฟอล แทลเอ็นท ที่ปรับแต่งมาเพื่อคุณ