Site icon แบรนด์ ฟอร์ ทาเลนท์

รักษ์โลกง่ายๆ เริ่มได้ที่บ้านเราเอง 

The woman throwing the wasted food into the steel bin

การรักษ์โลกที่เป็นกระแส ขึ้น-ลง เหมือนกราฟหุ้น คือ บางช่วงได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วนค่อนข้างสูง แต่บางช่วงก็แผ่วลงดิ่งลงเหว เหมือนกราฟหุ้นในพอร์ต แต่ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงกระแส หรือช่วงดาวน์ก็ตาม การกำจัดเศษอาหารก็ยังคงเป็นปัญหาที่น่าเอือมระอา สำหรับทุกบ้านและร้านอาหารทุกที่ โดยเฉพาะคุณพ่อครัว คุณแม่บ้าน เพราะแต่ละมื้ออาหาร แต่ละเมนูทุกจาน ใช้วัดถุดิบไม่ใช่น้อยๆเลย และไหนจะอาหารที่ทานไม่หมด หรือเศษอาหารเหลือทิ้งติดจาน ก็ต้องเทใส่ถุงขยะแล้วนำไปทิ้งยังถังขยะรวม เพื่อรอให้รถเก็บขยะของเทศบาลมาเก็บไปทิ้งยังกองขยะ หรือโรงงานกำจัดขยะ แต่ปัญหาไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เพราะในเมื่อมีการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก แต่เรายังคงต้องใช้ถุงพลาสติกจำนวนมาก เพราะเศษอาหารที่ทิ้งใส่ถุง มักจะมีเศษก้าง กระดูก และน้ำปะปน ทำให้ต้องซ้อนถุง เพื่อกันถุงขาด ถุงรั่ว จนขยะหกเลอะเปรอะเปื้อน รวมไปถึงกลิ่นเหม็นเน่า มันจึงค่อนข้างย้อนแย้งกับโปรเจกต์ที่กล่าวมา แต่ถ้าทิ้งเศษอาหารใส่ถังขยะสาธารณะ โดยไม่ใส่ถุงพลาสติกเลย สัตว์จรจัดอย่าง สุนัข แมว และหนู ก็จะมาคุ้นเขี่ยจนสกปรก แล้วจะต้องทำอย่างไรล่ะ ถึงจะเป็นการตอบรับนโยบายลดถุงพลาสติก เพื่อช่วยคืนสมดุลให้กับธรรมชาติ และเพื่ออยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นมิตรกว่าที่ผ่านมา 

จากการเล็งเห็นถึงปัญหาที่กล่าวมา ทำให้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นมา เพื่อช่วยกำจัดปัญหา “ขยะเศษอาหาร” ปัญหาใหญ่อันดับ 3 ที่ส่งผลต่อสภาวะโลกร้อน หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “ภาวะเรือนกระจก” (Greenhouse Effect) ซึ่งสิ่งที่ว่านี้ก็คือ “เครื่องกำจัดขยะเศษอาหาร” นั่นเอง โดยนวัตกรรมนี้เอง ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ทั้งช่วยลดการใช้พลาสติก ได้ผลิตปุ๋ยหมัก สำหรับบำรุงต้นไม้ของคุณให้เติบโต หรือใส่ผักออแกนิก โดยไม่ต้องพึ่งปุ๋ยเคมีอีกต่อไป ได้สุขภาพดีถ้วนหน้า และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสุดๆไปเลย ในบทความนี้เราจะมาช่วยให้คุณได้รู้จักกับ เครื่องกำจัดเศษอาหาร มากขึ้น หรือเครื่องทำปุ๋ยจากเศษอาหาร ที่ผู้ผลิตบางแห่งให้คำนิยาม ว่ามันจะช่วยตอบโจทย์อะไรให้คุณได้บ้าง

เครื่องกำจัดขยะอาหาร ก็คือ เครื่องที่จะย่อยเศษอาหารที่เราทานเหลือในแต่ละมื้อ หรือแม้แต่วัตถุดิบที่เราใช้ประกอบอาหารในแต่ละครั้ง ให้กลายเป็นปุ๋ยหมัก ที่มากไปด้วยคุณค่าสารอาหารสำหรับดินและพืชทุกชนิด โดยที่เราไม่ต้องนำไปเททิ้งใส่ถุงขยะแบบเดิม นอกจากวัตถุที่แข็งเกินไป จนเครื่องไม่สามารถกำจัดได้ และเมื่อเปลี่ยนเศษอาหารในบ้านให้เป็นดินปุ๋ย ปริมาณขยะที่จะทิ้งจึงลดลงไปด้วย เหลือเพียงขยะไม่กี่ประเภท เช่น ขยะกระดาษ ขยะพลาสติก ขยะโลหะ หรือวัตถุจำพวกแก้ว ที่สามารถนำไปแยกเพื่อรีไซเคิล และหมุนเวียนนำกลับมาใช้ในรูปแบบต่าง ๆ โดยปราศจากสิ่งปนเปื้อน และกลิ่นไม่พึงประสงค์จากขยะอินทรีย์

หลักการทำงานของเครื่องที่ว่านี้ เพียงติดตั้งไว้ที่มุมใดของบ้านก็ได้ ที่สะดวกต่อการเทขยะเศษอาหารในแต่ละครั้ง อย่างเช่น ในครัว หรือแม้แต่ผู้ที่อยู่อาศัยในหอ ห้องเช่า หรือห้องชุดคอนโด ที่มีพื้นที่จำกัด หรือไม่มีห้องครัว ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะด้วยขนาดของเครื่องที่กระทัดรัด จะวางมุมห้อง ตรงระเบียง ใต้ซิงค์ล้างจาน หรือหน้าห้องน้ำ ก็สะดวก หมดปัญหาเรื่องพื้นที่ของการจัดตั้งเครื่อง ที่ต่อให้คุณเช่าหอเล็กๆ ในชุมชนแออัดแค่ไหน ก็สามารถทำปุ๋ยหมักเศษอาหารได้ง่ายสุด ๆ ด้วยเครื่องย่อยเศษอาหารเป็นปุ๋ย โดยไม่ต้องง้อดินเลยล่ะ 

เรามาเริ่มตั้งแต่การติดตั้งเครื่องกำจัดเศษอาหารไว้ในบ้าน ก่อนอื่นจะต้องอ่านคู่มือที่มีมาพร้อมกับเครื่อง และเมื่อเสียบปลั๊กเพื่อสตาร์ทเครื่อง นำหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ผู้จำหน่ายให้มาพร้อมกับเครื่อง เทลงไปเครื่อง ตามขั้นตอนในคู่มือ ซึ่งเจ้าหัวเชื้อนี่แหล่ะ ตัวแปรสำคัญที่จะมีบทบาทในการย่อยสลายขยะอินทรีย์ ในบ้านของเราให้หายไป และเหลือทิ้งไว้แต่ดินปุ๋ยที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ เพราะเศษอาหารจะถูกจุลินทรีย์กัดกิน เพื่อใช้หล่อเลี้ยงในการเจริญเติบโต และขยายแพร่พันธุ์ต่อไป ทุกครั้งที่กระบวนการย่อยสลายในเครื่องทำงาน ก็จะเป็นการเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ไปด้วยในขณะเดียวกัน เป็นระบบหมุนเวียน แบบกำจัดสารอินทรีย์ (สารตั้งต้น) ด้วยจุลินทรีย์ (ตัวทำลาย)  และสร้างจุลินทรีย์ หมุนเวียนอยู่อย่างนี้ จึงแทบไม่ต้องเติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ประหยัดเงินในกระเป๋า ไม่ต้องซื้อบ่อย ๆ (ดีเลิศ) 

อย่างที่กล่าวไปก่อนนี้ ว่าขนาดที่เล็ก จนคุณจะยกไปตั้งตรงไหนก็ได้ เพียงแค่ต้องใกล้ปลั๊กไฟให้เสียบถึงก็พอ … อ้าว แสดงว่าต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลา? ใช่ เพราะเป็นเครื่องย่อยเศษอาหารให้เป็นปุ๋ยแบบใช้ไฟฟ้า และจะทำงานต่อเนื่องอย่างอัตโนมัติทุกครั้ง เมื่อมีการเททิ้งเศษอาหารลงไปในเครื่อง ระบบการทำงานถูกผลิตโดยเลียนแบบการย่อยอาหารในกระเพาะอาหารของคน ดังนั้น ไม่ว่าเราจะเทเศษอาหารลงไปเมื่อไร เครื่องก็จะทำงานอัตโนมัติ เพียงแค่เรากดปุ่มสตาร์ทเท่านั้นเอง การใช้งานเครื่องจึงง่ายสุด สะดวกมาก ที่แม้แต่เด็กก็สามารถใช้เครื่องนี้ได้ 

หากใครกังวลเรื่องค่าไฟ เพราะอย่างที่รู้ว่าเป็นเครื่องไฟฟ้า ที่ต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลา สำหรับเรื่องการกินไฟ ไม่ได้หนักหนาสาหัสอย่างที่คิด แต่กลับอยู่ในเรทที่จ่ายได้สบายๆ เพราะมอเตอร์ไฟของเครื่องนี้ มีรอบหมุนต่ำ การกินไฟน้อย เทียบกันให้เข้าใจแบบง่าย ๆ ก็เหมือนกับตู้เย็น ที่ถึงแม้จะเสียบปลั๊กตลอดเวลา แต่หน่วยไฟฟ้าที่ใช้ไป กลับไม่ได้แตะเพดานสูงจนน่าตกใจเลย อยู่ในเรท 1xx – 2xx บาท ถือว่าไม่แพง หากเทียบกับสิ่งที่ได้ จากการใช้งานเครื่องกำจัดเศษอาหาร 

การใช้งานเครื่องกำจัดเศษอาหาร คุณสามารถเทลงเครื่องได้ตลอดเวลา เมื่อมีเศษอาหารที่ต้องกำจัดทิ้ง แต่จะต้องอ่านคู่มือให้เข้าใจถึงวิธีทิ้งเศษอาหารลงเครื่องอย่างถูกต้อง เพราะไม่เช่นนั้น เครื่องอาจมีปัญหา และไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรามาดูวิธีการใช้งานของเครื่อง และสิ่งที่ทิ้งได้ และทิ้งลงเครื่องหมักเศษอาหารไฟฟ้าไม่ได้ อย่างคร่าว ๆ กันดีกว่า (โดยไม่ลืมไปศึกษารายละเอียดของเครื่องกำจัดเศษอาหาร ก่อนใช้งานจริง) 

  1. เตรียมขยะที่สามารถทิ้งลงเครื่องได้ จำพวก เศษผักผลไม้ เปลือกผลไม้นิ่มๆ เปลือกไข่ กากกาแฟ ใบชา เปลือกสัตว์นิ่ม ๆ เช่น กุ้งแม่น้ำ 
  2. แยกขยะที่ไม่สามารถทิ้งลงเครื่องได้ เช่น เปลือกผลไม้แข็ง ๆ อย่าง เปลือกมังคุด เปลือกทุเรียน ซังข้าวโพด กระดูกสัตว์ เปลือกหอย ใบตอง ผักที่ยังไม่ได้มีการตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพราะวัสดุที่มีขนาดใหญ่ และมีความแข็งเกินไป จะทำให้ชิ้นส่วนของเครื่องขัดข้องในการทำงานได้ 
  3. ไม่ควรทิ้งขยะอาหารที่บูด เน่าเสีย และมีกลิ่นมากเกินไป เพราะจะมีผลต่อคุณภาพของปุ๋ยที่ได้ และยังทำให้เครื่องสกปรก จนอาจทำความสะอาดได้ยาก ดังนั้น เมื่อมีขยะอาหาร ควรเททิ้งลงเครื่องทันที 
  4. แยกน้ำ และ ของเหลว ออกจากอาหาร ก่อนเทลงเครื่อง เพราะของเหลวจะลดทอนประสิทธิภาพ การทำงานของระบบย่อยสลาย ทำให้ล่าช้า และดินปุ๋ยอาจมีกลิ่นที่ไม่ดีได้ 
  5. หลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน หรือที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เนย ครีม และกะทิ เพราะจะมีการแยกส่วนของน้ำ และน้ำมัน ในระหว่างกระบวนการย่อยสลาย ซึ่งจะไปรบกวนการทำงานของเครื่องขัดข้อง 
  6. เมื่อเทขยะเศษอาหารลงเครื่องเรียบร้อย เพียงแค่กดปุ่มสตาร์ท ให้เครื่องทำงานไปตามระบบของมัน โดยที่เราไม่ต้องนั่งเฝ้า หรือทำอะไรเพิ่มเติม 

เศษอาหารที่ถูกย่อยจะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าเครื่องทำปุ๋ยจากเศษอาหารจะเต็ม และเราก็สามารถตักปุ๋ยที่ได้ในเครื่อง ไปใช้เมื่อไรก็ได้ และสามารถใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องนำไปเติมแร่ธาตุหรือสารอาหารเพิ่ม เพราะปุ๋ยหมักจากเศษผักที่ได้นั้น เต็มไปด้วยธาตุที่จำเป็นสำหรับพืชและดินเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โพแทสเซียม 

บางคนอาจจะเรียกเครื่องกำจัดเศษอาหารนี้ ว่าเครื่องย่อยเศษอาหารเป็นปุ๋ย เพราะขยะอาหารที่ถูกกำจัด ถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็นปุ๋ยหมัก ที่ไม่ใช่แค่เพียงเป็นดินแห้ง ๆ และสามารถนำปุ๋ยที่ได้นี้ ไปโรยดินเพื่อเสริมแร่ธาตุให้กับดิน หรือจะโรยต้นไม้ และพืชผักโดยตรงได้เลย โดยไม่ต้องห่วงสารพิษ หรือว่าจะเป็นอันตรายใด ๆ เพราะเป็นปุ๋ยออแกนิค และคุณก็จะได้ผักออร์แกนิคเช่นกัน นั่นเท่ากับว่า เครื่องหมักปุ๋ยจากเศษอาหาร (เครื่องกำจัดเศษอาหาร) ให้ประโยชน์กับคุณมากกว่าเพียงแค่การกำจัดขยะเศษอาหารในบ้าน ลองมาแยกเป็นข้อ ๆ ดู ว่ามีอะไรบ้างกันดีกว่า 

  1. กำจัดขยะเศษอาหารในบ้าน 
  2. ไม่มีเศษอาหาร ก็ไม่มีมด แมลง และหนู กวนใจ 
  3. หมดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นเน่าจากขยะเปียก 
  4. ลดการใช้ถุงพลาสติกลง ใช้แต่เท่าที่จำเป็น เช่น ใส่ขยะแห้งประเภทอื่น 
  5. ประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการซื้อถุงขยะ และงบประมาณของประเทศในการกำจัดขยะ
  6. ได้ปุ๋ยหมักออร์แกนิก ได้ผักปลอดสาร ได้สุขภาพที่ดี จากการกินผักปลอดเคมี 
  7. ลดโลกร้อน จากการช่วยลดปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศ  
  8. ปรับระบบนิเวศน์ให้ดีขึ้น จากการปล่อยสารพิษของขยะ จากบ่อขยะ ทั้งทางดิน อากาศ และแหล่งน้ำ 

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ จากข้อที่ 1-6 ทุกคนน่าจะเข้าใจได้ แต่ข้อที่ 7-8  อาจทำให้บางคนฉงน จนหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน ว่าการใช้เครื่องทำปุ๋ยจากเศษอาหาร เกี่ยวอะไรกับการลดโลกร้อน และจะช่วยปรับระบบนิเวศน์ให้ดีขึ้นได้อย่างไร

อย่างที่รู้กันไปแล้วว่า เครื่องกำจัดเศษอาหาร จะมีจุลินทรีย์เป็นตัวย่อยสลายเศษอาหาร โดยการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้ ด้วยการนำออกซิเจนในอากาศ ทำงานร่วมกันกับรังสียูวีซี (UVC) ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้หลายชนิด ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หรือ ยีสต์ โดยจะทำลายโครงสร้างของเชื้อโรค ให้ตายสนิทแบบไม่มีสิทธิ์ฟื้น และยังมีระบบกรองที่คอยรองรับ เพื่อดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่ให้เล็ดลอดออกมา ทำให้ได้ดินปุ๋ยที่ไร้กลิ่นเหม็น และสะอาด จนสามารถสัมผัสได้ด้วยมือเปล่า โดยไม่มีการปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศ จึงต่างจากการย่อยสลายแบบธรรมชาติ ที่กระบวนการย่อยสลาย เป็นแบบระบบปิด ไร้โอโซน และตัวดักทำลายเชื้อโรค ทำให้มีการปล่อยก๊าซมีเทนจำนวนมหาศาล ตามปริมาณของกองขยะ ที่มีต้นทางมาจากบ้านทุกหลัง อาคารทุกแห่ง รวมไปถึงร้านอาหาร ภัตตาคาร หรือแม้แต่ร้านข้าวริมฟุตบาท และใครรู้บ้าง ว่าก๊าซมีเทนมีผลต่อ ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gas) มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ ถึง 25 เท่า!! 

และแน่นอนว่า เมื่อขยะเศษอาหารถูกกำจัดตั้งแต่ต้นทาง ทั้งระบบบ้านเรือน และครัวร้านอาหาร ทำให้ขยะที่จะต้องนำไปกำจัดที่ปลายทาง อย่างบ่อขยะ หรือโรงงานกำจัดขยะ ก็น้อยลงไปด้วย เนื่องจากระบบคัดกรอง จะทำการแยกประเภทขยะเพื่อนำไปรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น และเหลือเฉพาะขยะที่ไม่สามารถนำไปแปรรูปใด ๆ ได้อีก การเผากำจัดขยะก็จะลดจำนวนลง ก๊าซพิษที่ถูกปล่อยระหว่างการเผาทำลาย ก็น้อยลงไปด้วย ขยะพลาสติก ต้นเหตุของปัญหามลพิษปนเปื้อนลงสู่ผืนดิน และแหล่งน้ำธรรมชาติ จนเป็นอันตรายต่อระบบเวศน์ และส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อยู่ใต้ดินและในน้ำ ก็ลดลงตามไปด้วยเช่นกัน รวมไปถึงงบประมาณการกำจัดขยะของประเทศ ก็ใช้น้อยลง ทำให้เหลืองบไปปรับปรุงในภาคส่วนอื่นๆแทน 

จากปัญหาการกำจัดขยะเศษอาหารของกลุ่มคน ที่ฟังแล้วเหมือนจะเป็นปัญหาเล็กๆ แต่ไม่เลย เพราะปัญหาขยะเศษอาหาร เป็น 1 ใน 3 ของปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศน์ในโลก มากกว่าที่ใครหลายคนคิดเลยทีเดียว และการแก้ปัญหาจากต้นทาง จนนำไปสู่ผลของปลายทางระดับโลก ที่เราไม่ควรมองข้ามอีกต่อไป และควรหันมาใส่ใจและร่วมมือกันอย่างจริงจังทุกภาคส่วน เพื่อระบบนิเวศน์ที่ดีขึ้น และอนาคตที่ดีกว่า โดยเป็นไปได้อย่างยั่งยืน ที่สามารถเริ่มได้ง่ายๆ จากที่บ้านเราเอง 

Exit mobile version