Site icon แบรนด์ ฟอล แทลเอ็นท

วิธีทำข้าวเหนียวทุเรียนด้วยไมโครเวฟ

Thai sweet sticky rice with durian in a dessert.

เมื่อฤดูของทุเรียนมาถึง นอกจากความอร่อยเนื้อสด พูเหลืองๆ เนื้อกรอบนอกนุ่มใน แต่อีกเมนูจากทุเรียนที่หลายๆคนชื่นชอบ คงหนีไม่พ้น “ข้าวเหนียวทุเรียน” หรือ “ข้าวเหนียวมูนทุเรียน” ส่วนนักท่องเที่ยวก็จะรู้จักข้าวเหนียวทุเรียนภาษาอังกฤษว่า Durian Sticky Rice ถึงแม้ว่ากลิ่นทุเรียนอาจจะแรงสำหรับชาวต่างชาติ แต่ก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบในรสชาติของข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน โดยมองข้ามเรื่องของกลิ่นไปเลย

ช่วงหน้าทุเรียนอย่างนี้ เดินไปทางไหน ก็เจอร้านขายทุเรียน ทั้งผลทุเรียน ทุเรียนทอด ข้าวเหนียวทุเรียนใส่กล่อง วางขายกันเต็มไปหมด นึกอยากทานน้ำกะทิทุเรียน แต่ข้าวเหนียวทุเรียนเจ้าอร่อยก็แถวยาว ต้องรอนาน ถ้าอย่างนั้นต้องทำเองแล้วล่ะ ปกติการมูนข้าวเหนียวจะค่อนข้างยุ่งยาก หลายขั้นตอน แต่วันนี้เราจะมามูนข้าวเหนียวทุเรียนด้วยไมโครเวฟ เพื่อให้ง่ายและสะดวกมากขึ้น แต่รสชาติไม่แพ้ข้าวเหนียวทุเรียนร้านอร่อยๆ หรือข้าวเหนียวทุเรียนกล่องที่วางขายกันเลยล่ะ วันนี้ว่างเข้าครัว ใครสนใจทำข้าวเหนียวทุเรียนง่ายๆด้วยไมโครเวฟกับเราบ้างเอ่ย … มาค่ะ ทำพร้อมๆกันเลยดีกว่า

วิธีทำข้าวเหนียวมูนทุเรียน

วัตถุดิบสำหรับมูนข้าวเหนียว

  • ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 ถ้วยตวง
  • น้ำกะทิคั้นสด ¾ ถ้วยตวง
  • น้ำสะอาด ½ ถ้วยตวง
  • เกลือป่น ½ ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ใบเตย 2-3 ใบ

วัตถุดิบสำหรับน้ำกะทิทุเรียนสด

  • ทุเรียนหมอนทองสุก(พร้อมเม็ด) 100 กรัม
  • น้ำกะทิสด 500 กรัม
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ (เติมหรือไม่เติมก็ได้ แล้วแต่ปริมาณความหวานที่ชอบ)
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • ใบเตย 2-3 ใบ

วิธีมูลข้าวเหนียวทุเรียน

ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด แล้วแช่ข้าวในน้ำไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นเทน้ำแช่ทิ้งไป แล้วถ่ายข้าวเหนียวใส่ภาชนะที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้ โดยเติมน้ำสะอาดที่เตรียมไว้ ½ ถ้วยตวง ให้พอปริ่มข้าว (อย่าใส่น้ำมากเกินไป เพราะจะต้องนำข้าวเหนียวไปมูนกับน้ำกะทิอีก หากน้ำมากเกินไป ข้าวเหนียวจะอ่อน และเมื่อมูนน้ำกะทิ จะทำให้ข้าวเหนียวเละมากเกินไป) จากนั้นจึงปิดฝา แต่ให้พอมีรูระบาย แล้วทำการเวฟ โดยใช้ไฟแรงสุด 2 นาที เมื่อครบเวลา นำออกมาเพื่อกลับข้าว แล้วทำการเวฟใหม่อีก 2 นาที ทำแบบนี้ไปประมาณ 3-5 ครั้ง จนกว่าข้าวจะสุกและน้ำแห้ง

ช่วงระหว่างที่รอข้าวสุก ให้ตั้งกะทิที่เตรียมไว้บนเตา ใช้ไฟกลางหรือไฟอ่อน (อย่าใช้ไฟแรง จะทำให้กะทิร้อนจนแตกมัน) แล้วใส่ใบเตยลงไป ต้มจนพอกะทิร้อน แล้วเติมน้ำตาล และเกลือป่น  จากนั้นคนให้ละลาย ปิดเตา

เมื่อข้าวเหนียวสุก ให้นำข้าวเหนียวใส่ถ้วยใบใหญ่ เติมน้ำกะทิลงไปขณะที่ข้าวเหนียวและกะทิยังร้อนๆ (กะทิจึงจะเข้าเนื้อ) คนให้เข้ากัน ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที เปิดฝาแล้วกลับข้าวเหนียว และปิดฝาทิ้งไว้อีก 10 นาที

วิธีทำน้ำข้าวเหนียวทุเรียน (ข้าวเหนียวทุเรียนกะทิสด จะมีกลิ่นหอม และรสชาติอร่อยกว่าใช้กะทิกล่อง)

ใส่กะทิลงหม้อ แล้วยกตั้งไฟกลาง เติมน้ำตาลโตนด น้ำตาลทราย เกลือป่น และใบเตย จากนั้นฉีกเนื้อทุเรียนที่เตรียมไว้ลงไป รวมถึงเม็ดทุเรียนที่ยังมีเนื้อติดอยู่บางส่วนลงไปด้วย เมื่อทุเรียนสุก และเข้ากันดีกับน้ำกะทิแล้ว ตักใบเตยทิ้ง ปิดเตา

เพียงเท่านี้ข้าวเหนียวทุเรียนอร่อยๆ ก็พร้อมตักเสิร์ฟแล้ว โดยตักข้าวเหนียวใส่ถ้วย แล้วราดด้วยน้ำกะทิทุเรียนอุ่นๆ กินกันให้ฟินๆ ด้วยรสฝึมือตัวเองล้วนๆ ง่ายๆ ด้วยไมโครเวฟ แต่อย่าเพลินมากเกินไป เพราะอย่าลืมว่า มีกะทิและน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ กินให้อร่อยพอดีๆ จะได้ไม่มีปัญหาสุขภาพตามมา

ทำไมเราจึงไม่ควรกินข้าวเหนียวทุเรียนมากเกินไป ทั้งๆที่มันเป็นเมนูขนมหวานไทยแสนอร่อยที่มีคู่ไทยมานาน เรามาดูประโยชน์ – โทษ ของการกินทุเรียนกันหน่อยดีกว่า

ประโยชน์ของทุเรียน

เนื้อทุเรียนมีกำมะถัน มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อในร่างกายได้ มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน มีโพแทสเซียม เพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรง และมีไขมัน หากกินแต่พอดี ก็จะได้รับไขมันดีที่พอเหมาะต่อร่างกาย ทุเรียนเป็นราชาแห่งผลไม้ มีสรรพคุณในทางฤทธิ์ร้อน เมื่อกินเข้าไปแล้ว จะไปสร้างความร้อนให้ร่างกาย เกิดการเผาผลาญไขมัน จึงช่วยเผาผลาญไขมันได้ หากกินทุเรียนถูกวิธี ช่วยลดความอ้วนได้ ซึ่งหลายๆคนเข้าใจผิด ว่ากินทุเรียนแล้วอ้วน แต่ที่จริงมันช่วยลดไขมันได้ดีต่างหาก แต่จะต้องกินให้พอเหมาะและถูกวิธีเท่านั้นเอง

โทษของทุเรียน

ทุเรียนมีกรดกำมะถันสูง อีกทั้งมีฤทธิ์ร้อน หากกินเข้าไปมากเกินไป จะทำให้ร่างกายมีความร้อนสูง จนร่างกายปรับไม่ทัน อาจเกิดอาการช็อคหรือฮีสจนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ อีกทั้งผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันสูง หอบหืด หัวใจ กรดไหลย้อน โรคเก๊าต์ และ โรคไต ควรหลีกเลี่ยงการกินทุเรียน หรือถ้าต้องการจะกินจริง ควรทำการปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะกำมะถันในทุเรียน อาจส่งผลต่อโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ ซึ่งอาจเกิดอาการกำเริบ หรือเป็นอันตราย จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

แม้ว่าทุเรียนจะเป็นราชาแห่งผลไม้ไทย และเมนูข้าวเหนียวกะทิทุเรียนก็แสนจะอร่อย ทานเพลิน เกินห้ามใจ แต่ก็ควรทานแต่ให้พอดี เพราะอะไรก็ตามที่พอดี พอเหมาะ ย่อมจะเกิดประโยชน์ แต่ถ้าอะไรที่มากเกินไป ก็อาจเกิดโทษมากกว่าที่คิดเช่นกัน

Exit mobile version