Business meeting - man and woman handshake

เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์สังคม และทุกคนย่อมมีความแตกต่างทั้งด้านความคิด พฤติกรรม และบุคลิกภาพ ดังนั้น เมื่อจะสมาคมหรือเข้าต้องอยู่ร่วมกันในสังคม นอกจากจะต้องมีกฏ กติกา เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยแล้ว ยังต้องมี “มารยาท” เพื่อเป็นการให้เกียรติผู้อื่น และยังเป็นการให้เกียรติต่อตนเองอีกด้วย 

การมีมารยาทสำคัญต่อการอยู่กันในสังคม เพราะเป็นการแสดงถึงการให้เกียรติกัน ให้ความความเคารพต่อกัน แต่คนไทยยุคใหม่ในปัจจุบัน มักจะชอบทำอะไรแบบง่าย ๆ ถือเอาความสะดวกสบายของตน จนกลายเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกมาโดยไร้มารยาทอย่างไม่ตั้งใจ

มารยาทคืออะไร 

มารยาททางสังคม หมายถึง พฤติกรรมที่บุคคลพึงมีและปฏิบัติในสังคม ประกอบไปด้วย วาจา กิริยา สุภาพเรียบร้อย เหมาะสมตามกาลเทศะ ซึ่งบุคลิกภาพของตัวบุคคลจะบ่งบอกว่าคน ๆ นั้น มีสัมมาคารวะ ความสุภาพ อ่อนน้อม และระเบียบวินัยมากน้อยเพียงใด 

มารยาททางสังคมมีกี่ประเภท 

ประเภทของมารยาท แบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ 

มารยาททั่วไป 

1. การแต่งกายให้เหมาะสมกับเวลา สถานที่ เป็นการแสดงออกถึงผู้มีวัฒนธรรม  

2. สำรวมวาจา กิริยา ท่าทาง ไม่พูดคำหยาบคาย ไม่ก้าวร้าวต่อผู้อื่น 

3. มีความเกรงใจ คือ การรู้จักระวังความรู้สึกของผู้อื่นในเรื่องต่อไปนี้ 

  • การขอความช่วยเหลือ 
  • การหยิบยืมสิ่งของ
  • การโทรศัพท์ไปหาผู้อื่นในเวลาเช้าหรือดึกเกินไป 
  • การไปเยี่ยมเยือนผู้อื่นในเวลาเช้า หรือ ดึกเกินไป 

4. ไม่ถือวิสาสะ คือ การไม่ปฏิบัติในเรื่องต่อไปนี้ 

  • หยิบของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • เข้าห้องผู้อื่นโดยไม่เคาะประตู 
  • เมื่อผู้อื่นยื่นโทรศัพท์ให้ดูเนื้อหาส่วนใด ดูแต่ในส่วนนั้น ไม่เลื่อนดูสิ่งอื่นที่เจ้าของไม่ได้อนุญาต
  • เข้าบ้านหรือเดินสำรวจบ้านผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ไม่เปิดอ่านจดหมาย รวมถึงข้อความทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต 

5. ให้เกียรติผู้อื่น มี 2 แบบด้วยกัน คือ ให้เกียรติด้วยวาจา และ ให้เกียรติด้วยท่าทาง 

ให้เกียรติทางวาจา เช่น 

  • ไม่พูดดูถูก เยาะเย้ย เหยียดหยาม หรือพูดข่มผู้อื่น 
  • ไม่พูดเสียงดังหรือตะคอกใส่ผู้อื่น 
  • ไม่พูดใส่หน้าผู้อื่นจนน้ำลายกระเด็น 
  • ไม่นินทา หรือพูดล้อเลียน 

ให้เกียรติด้วยท่าทาง เช่น 

  • เมื่อไอ จาม ควรหาผ้าปิดปาก 
  • ไม่สูบบุหรี่ในห้องแอร์ ในลิฟต์ หรือเมื่อผู้ร่วมกับผู้อื่น 
  • ไม่หวีผม ตัดเล็บ แคะ แกะ เกา 
  • ไม่ยกเท้าไว้บนโต๊ะ หรือยกเท้าถีบพนักพิงเก้าอี้ผู้อื่น 
  • ไม่ยกปลายเท้าชี้แทนมือ 
  • ไม่ยกขาพาดตักผู้อื่น 
  • ไม่นั่งกางขา นั่งไขว่ห้าง นั่งโยกเก้าอี้ 
  • ไม่พูดหรือส่งเสียงดัง ขณะที่ผู้อื่นทำงาน 
  • ไม่กินมูมมาม หรือเคี้ยวเสียงดัง เมื่อทานอาหารร่วมกับผู้อื่น 

6. กล่าวคำ “ขอบคุณ” และ “ขอโทษ” ให้ติดเป็นนิสัย แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม 

7. ไม่สั่งพร่ำเพรื่อ หรือ ไม่พูดเพ้อเจ้อ คือ ไม่พูดออกนอกเรื่อง หรือพูดนอกประเด็นสำคัญ และไม่สั่งย้ำ ๆ 

8. อ่อนน้อมถ่อมตน คือ การไม่เย่อหยิ่ง จองหอง แต่มีความสุภาพต่อทุกคน และไม่ถือตนกับผู้ที่อ่อนวัยหรือผู้ที่ยศตำแหน่งด้อยกว่า 

9. มีความเคารพ รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ การยกมือไหว้ ทักทาย ไม่ต่อปากต่อคำหรือเถียงผู้ใหญ่ แต่ให้แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลในกรณีที่ความคิดต่างกับผู้สูงวัยกว่า ใช้คำพูดและแสดงท่าทางด้วยความเคารพ 

มารยาทตามกาลเทศะ 

1. การนั่ง มี 2 แบบ ได้แก่ 

  • การนั่งแบบธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นการนั่งต่อหน้าผู้อื่น หรือนั่งในการประชุม ผู้ชาย :  กรณีนั่งเก้าอี้มีพนักพิง ให้นั่งตามสบาย เอนหลังแต่พองาม เหยียดขา ไม่ไขว่ห้าง ไม่กระดิกเท้า หรือขยับขาไปมา ผู้หญิง : ควรนั่งเข่าชิดเข้าหากัน ไม่นั่งไขว่ห้าง กรณีนุ่งกระโปรงสั้น ควรนั่งอย่างระมัดระวัง หรือหาผ้าปิด ไม่แคะ แกะ เกา สะกิดหรือคุยกับผู้อื่น แต่ควรตั้งใจฟังผู้ที่กำลังบรรยายในที่ประชุม
  • การนั่งต่อหน้าผู้ใหญ่ ควรนั่งตัวตรง น้อมตัวลงเล็กน้อย ไม่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ตั้งใจฟังขณะที่ผู้ใหญ่พูด แต่ไม่ควรจ้องหน้าตลอดเวลา 

2. การยืน มี 2 แบบ ได้แก่ 

  • การยืนแบบธรรมดา คือ ยืนโดยให้ส้นเท้าชิด ปลายเท้าแยกเล็กน้อย ปล่อยตัวตามสบาย ห้อยแขนแนบลำตัว ตามองตรง ไม่ยืนล้วงกระเป๋า ไม่ยืนกอดอก 
  • การยืนต่อหน้าผู้ใหญ่ คือ ยืนตัวตรงเท้าชิด ศีรษะก้มลงเล็กน้อย สองมือประสานไว้ข้างหน้า แสดงความนอบน้อม ไม่ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ และไม่ยืนจ้องหน้าผู้ใหญ่ 

3.การเดิน มี 4 แบบ ได้แก่ 

  • เดินแบบธรรมดา ไม่ควรเดินเรียงหน้ากระดานขวางทางผู้อื่น ไม่เดินไปกระโดดไป ไม่เดินช้าหรือเร็วไป ไม่เดินก้มหน้า และเดินแกว่งแขนแต่พองาม 
  • เดินกับผู้ใหญ่ ไม่ควรเดินนำหน้าผู้ใหญ่ (ยกเว้นต้องเป็นคนนำทาง) แต่ควรเดินเยื้องด้านข้าง หรือ เดินเยื้องทางด้านหลัง 
  • เดินสวนทาง หากสวนทางกับผู้ใหญ่ ควรก้มตัวเมื่อเดินผ่าน ถ้าเป็นทางแคบเราควรหยุดเดินและให้ผู้ใหญ่เดินไปก่อน หากผู้ใหญ่นั่งอยู่ควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น หรือคลานเข่า แต่ถ้าไม่สะดวกในการคลานเข่า ให้ก้มตัวให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ขณะที่เดินผ่าน ส่วนการเดินสวนทางกับเพื่อนหรือผู้อื่น ควรเดินชิดซ้าย 
  • เดินเข้าในที่ประชุม หากมีประธานนั่งอยู่ในประชุม ควรทำความเคารพก่อนจะเดินเข้า – ออก ที่ประชุม หากต้องเดินผ่านคนที่นั่งอยู่ ควรเดิมอ้อมหลัง แต่ถ้าจำเป็นต้องเดินผ่านด้านหนัง ควรเดินก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความอ่อนน้อม และถ้ามีผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยอยู่ในที่ประชุม ควรยกมือไหว้ทักทาย 

ผู้ที่มีมารยาท บ่งบอกถึงผู้มีวัฒนธรรมและเจริญแล้วด้วยสติปัญญา อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงการให้เกียรติแก่ผู้อื่น และยังเป็นการให้เกียรติตนเองอีกด้วย ซึ่งในยุคปัจจุบันนั้นนับว่าผู้คนเริ่มมีมารยาทสังคมกันน้อยลง เป็นที่น่าเสียดาย เพราะการมีมารยาท จะช่วยเสริมเสน่ห์ให้ตัวบุคคล และเสริมสร้างสังคมให้น่าอยู่มากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเริ่มจากที่บ้านด้วยการอบรมเพาะบ่มมารยาทที่ดีงามให้กับบุตรหลาน ให้เป็นพฤติกรรมจนกลายเป็นนิสัยที่ดีเพื่อนำไปใช้เมื่อต้องอยู่ร่วมกับสังคม 

Related posts
ประวัติศาสตร์เรื่องน่ารู้

ความหมาย ฮาโลวีน ประวัติ และกิจกรรม Trick or Treat 

“Trick or Treat !”…
Read more
สุขภาพเรื่องน่ารู้ไลฟ์สไตล์

แนะเคล็ดลับทางจิตวิทยา เสริมภูมิคุ้มกันใจต่อการถูก Bully 

การกลั่นแกล้งในทุกรูปแบบ…
Read more
ประวัติศาสตร์เรื่องน่ารู้

รู้หรือไม่ “พิพิธภัณฑ์” แรกเริ่มไม่ได้แปลว่าสถานที่เก็บโบราณวัตถุ

ทุกคนน่าจะเคยไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์กันอย่างน้อยก็คนละที่…
Read more
รับสมัครข่าวสาร
มาเป็นผู้นำเทรนด์

ลงชื่อสมัคร แบรนด์ฟอล แทลเอ็นท และรับสิ่งที่ดีที่สุดของ แบรนด์ ฟอล แทลเอ็นท ที่ปรับแต่งมาเพื่อคุณ